แนวทางการพัฒนาระบบการประกับคุณภาพภายในของสถานศึกษา

ระบบประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 จึงกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดให้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เกิดการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีการประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว (เล่ม 127 ตอนที่ 23 ก วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2553)
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำแนวทางการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้เข้มแข็งตามแนวคิด หลักการ กฎกระทรวงดังกล่าว ตลอดจนเป็นวิธีการที่ทันสมัยและเหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน และสามารถดำเนินการตามภารกิจหลักของการประกันคุณภาพได้อย่างชัดเจน เหมาะสม ตลอดจนสามารถสนับสนุน ส่งเสริม นิเทศและร่วมกันพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็งได้ต่อไป โดยจัดอยู่ในแนวทางหลัก 8 ประการ ดังนี้
1. แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
2. การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
3. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
4. การจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษา
5. การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6. การประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
7. การจัดทำรายงานประจำปีของสถานศึกษา
8. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

 

Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑)
         เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.)ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย สำหรับการดำเนินงานตั้งแต่บัดนี้ จนสิ้นสุด พ.ศ.๒๕๖๑ ดังนี้
         เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๑ : คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล
         ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
         ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติ มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่า
                ร้อยละ ๕๐
         ๑.๒ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
                 นานาชาติ (ผลทดสอบ PISA) 
         ๑.๓ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
         ๑.๔ ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
         ๑.๕ สัดส่วนผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษา เป็น ๖๐:๔๐
         ๑.๖ ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาและอุดมศึกษามีคุณภาพระดับสากลและเป็นไปตามกรอบ
                 มาตรฐานคุณวุฒิ
         ๑.๗ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทย(อายุ ๑๕-๕๙) เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒ ปี
         เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๒ คนไทยใฝ่รู้ : สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่านและแสวงหา 
                                                                          ความรู้อย่างต่อเนื่อง
         ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
         ๒.๑ ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วย
                 ตนเองรักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
         ๒.๒ อัตราการรู้หนังสือของประชากร(อายุ ๑๕-๖๐ ปี)เป็นร้อยละ ๑๐๐
         ๒.๓ ผู้เข้ารับบริการในแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อยร้อยละ ๑๐
         ๒.๔ คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ
                 ๖๐ นาที
         ๒.๕ สัดส่วนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ต่อประชากรอายุ ๖ ปีขึ้นไป เป็นร้อยละ ๕๐
         เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๓ คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสำนึกและค่านิยมที่พึง
                                                                           ประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ
                                                                           มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย
         ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
         ๓.๑ ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็น
                 พลเมือง
         ๓.๒ จำนวนคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
                 ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
         ๓.๓ จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีที่ตั้งครรภ์ ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
         ๓.๔ จำนวนเด็กและเยาวชนเข้ารับการบำบัดยาเสพติดลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
         ๓.๕ สัดส่วนคนไทยที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและ
                 สังคมอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ ต่อปี
         เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๔ คนไทยคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ : มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ 
                                                                                       มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคิด
                                                                                       ริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร
         ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
         ๔.๑ ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 
                 สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์
         ๔.๒ ผู้สำเร็จการอาชีวศึกษาและการอุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้และมีงานทำ
                 ภายใน ๑ ปี รวมทั้งประกอบอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น
         ๔.๓ กำลังแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๖๕ และมีสมรรถนะ
                 ทางวิชาชีพตามมาตรฐาน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น